จุดดำหรือจุดสีบนจอ? วิธีตรวจพิกเซลเสียและบันทึกอาการ
เมื่อเห็นจุดดำหรือจุดสีบนหน้าจอ อย่าเพิ่งเริ่มจากการหาวิธีซ่อม ให้ตรวจว่าจุดนั้นอยู่ตำแหน่งเดิมหรือไม่เมื่อเปลี่ยนสีพื้นและเปิดเนื้อหาอื่น การสังเกตอย่างเป็นขั้นตอนช่วยอธิบายอาการได้ แต่ภาพที่เห็นด้วยตาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันได้ว่าส่วนใดภายในแผงจอเสีย
หลังเตรียมหน้าจอแล้ว ให้เปิดการทดสอบหน้าจอด้วยพื้นหลังสีล้วน เครื่องมือจะแสดงสีให้คุณตรวจด้วยตา ไม่ได้สแกนหรือนับจุดเสียโดยอัตโนมัติ และไม่ได้ให้ผลวินิจฉัยหรือรับรองสภาพฮาร์ดแวร์
เริ่มจากฝุ่นและสภาพแสง
ใช้ความสว่างที่มองสบายในห้องที่ใช้งานตามปกติ ไม่จำเป็นต้องเร่งความสว่างสูงสุด หากเปิดปรับความสว่างอัตโนมัติหรือปรับคอนทราสต์อัตโนมัติ ให้จดไว้ว่าเปิดหรือปิดอยู่ อย่าเปลี่ยนหลายค่าพร้อมกันระหว่างเปรียบเทียบ ถ้ามีหลายจอ ให้ตรวจว่าหน้าต่างทดสอบอยู่บนจอที่ต้องการจริง
ปิดหน้าจอแล้วดูผิวจอก่อน ฝุ่นหรือคราบเล็กอาจดูคล้ายจุดดำ หากต้องทำความสะอาด ให้ทำตามคู่มือของผู้ผลิต อย่ากดหรือถูจุดที่สงสัยเพื่อพยายามแก้ไข และอย่าลอกชั้นผิวที่ไม่แน่ใจว่าเป็นส่วนใดของจอ
ตรวจตำแหน่งเดิมด้วยสีพื้นทีละสี
- เริ่มทดสอบและใช้โหมดเต็มหน้าจอ หากเบราว์เซอร์รองรับ
- ดูพื้นหลังสีดำ ขาว น้ำเงิน เขียว และแดง คลิกหรือแตะเพื่อไปสีถัดไป
- แบ่งจอเป็นบริเวณย่อยแล้วตรวจตามลำดับเดิม รวมถึงบริเวณขอบ
- เลื่อนตัวชี้เมาส์ออกจากจุดที่สงสัย จดตำแหน่งและสีพื้นซึ่งทำให้เห็นจุดชัด
- ตรวจซ้ำด้วยความสว่างเดิมเพื่อดูว่าอาการเกิดซ้ำหรือไม่
จุดที่ผิดปกติไม่จำเป็นต้องเห็นชัดบนทุกสี บนโทรศัพท์ แถบที่อยู่หรือแถบนำทางอาจบังพื้นที่บางส่วนหากเปิดเต็มหน้าจอไม่ได้ พื้นที่ที่ถูกบังยังไม่ถือว่าตรวจแล้ว เมื่อเสร็จ ให้ใช้วิธีออกจากโหมดเต็มหน้าจอตามปกติของเบราว์เซอร์หรืออุปกรณ์
จุดดำกับจุดสีค้างบอกอะไรได้บ้าง?
ในการเรียกทั่วไป จุดที่มืดบนพื้นสว่างมักถูกเรียกว่าพิกเซลตาย ส่วนจุดที่สว่างค้างหรือค้างเป็นสีหนึ่งมักเรียกว่าพิกเซลค้าง คำเหล่านี้ช่วยบรรยายสิ่งที่เห็น แต่ไม่ได้ยืนยันว่าจุดนั้นเสียจากสาเหตุใดหรือจะกลับมาทำงานได้หรือไม่
- จุดมืดบนพื้นขาว: บันทึกตำแหน่งและตรวจแยกฝุ่นบนผิวจอ
- จุดสว่างหรือจุดสีบนพื้นดำ: จดสี ตำแหน่ง และความเปลี่ยนแปลงเมื่อใช้พื้นหลังอื่น
- ปื้นสว่างขนาดใหญ่หรือเส้นยาว: บันทึกขนาดและรูปร่างแยกต่างหาก อย่าอธิบายรวมว่าเป็นจุดเล็กเพียงจุดเดียว
คำอธิบายของ EIZO แยกซับพิกเซลสว่างและซับพิกเซลมืด เวลาติดต่อฝ่ายบริการ คำบรรยายอย่าง “จุดแดงที่มุมล่างขวาบนพื้นดำ” จึงช่วยให้ตรวจสอบได้ตรงกันกว่าการระบุเพียงชื่ออาการ
แยกจุดบนจอออกจากจุดในเนื้อหา
เปิดภาพหรือแอปอื่นแล้วเปรียบเทียบ จุดเลื่อนตามหน้าต่างหรืออยู่ตำแหน่งเดิมบนจอ? หากเปลี่ยนภาพแล้วจุดหายไป ให้จดไว้ด้วย อย่าเพิ่งสรุปว่าแผงจอมีตำหนิถาวร ถ้าจอมีเมนูหรือระบบตรวจสอบในตัว สามารถเปรียบเทียบตามคู่มือได้โดยไม่ต้องแกะตัวเครื่องหรือถอดแผงจอ ผลครั้งเดียวก็ยังไม่ใช่การวินิจฉัยที่แน่นอน
หากต้องการกลับไปดูพื้นหลังสีใดสีหนึ่ง ให้ใช้การทดสอบสีหน้าจอ ระหว่างเปรียบเทียบให้คงค่าอื่นไว้เหมือนเดิม การทดสอบผ่านเบราว์เซอร์ช่วยสังเกตเท่านั้น ไม่ใช่การวัดหาสาเหตุความเสียหายของแต่ละพิกเซลหรือใบรับรองคุณภาพจอ
บันทึกอย่างไรให้ฝ่ายบริการนำไปใช้ต่อได้?
จดรุ่นอุปกรณ์ วันที่ตรวจ ความสว่าง ตำแหน่งจุด และสีพื้นที่ทำให้มองเห็น ตัวอย่างบันทึกคือ “จุดเขียวหนึ่งจุดใกล้ขอบขวา เห็นบนพื้นดำ และอยู่ตำแหน่งเดิมในอีกแอป” นี่เป็นตัวอย่างรูปแบบบันทึก ไม่ใช่ผลการวัดของเว็บไซต์
ถ่ายภาพทั้งหน้าจอเพื่อบอกตำแหน่ง และเพิ่มภาพใกล้จุดอีกหนึ่งภาพ การจับภาพหน้าจอเพียงอย่างเดียวไม่ใช่วิธีที่เชื่อถือได้ในการแสดงปัญหาของแผงจอ อย่ากดหรือแปะสิ่งของบนจอเพื่อทำเครื่องหมาย ภาพถ่ายอาจดูต่างจากที่ตาเห็นเพราะการรับแสงของกล้อง จึงควรแนบคำอธิบายด้วย
ขั้นต่อไปไม่จำเป็นต้องเป็นการลองซ่อมเอง
การทดสอบนี้ไม่ได้ซ่อมจอ หลีกเลี่ยงการกด ให้ความร้อน หรือถอดแผงจอ เครื่องมือที่สลับสีอย่างรวดเร็วก็ไม่รับประกันว่าจะทำให้จุดหาย หากคิดจะใช้ ให้ศึกษาคำเตือนเรื่องความไวต่อแสงก่อน ไม่จำเป็นต้องเปิดภาพกะพริบต่อเนื่องเพื่อยืนยันอาการ
ต้องตรวจเงื่อนไขบริการของสินค้ารุ่นนั้นโดยเฉพาะ แนวทางพิกเซลของ Dell แสดงการแยกประเภทจุดสว่างกับจุดมืด ให้ดูเงื่อนไขปัจจุบันของรุ่นและพื้นที่ที่ซื้อ แล้วส่งบันทึกพร้อมภาพให้ผู้ขายหรือผู้ผลิต ผลจากเครื่องมือออนไลน์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันสิทธิ์ในการเปลี่ยนหรือซ่อมสินค้าได้